เรื่องของไพรเมอร์ที่สาวๆ หลายคนยังไม่รู้

Posted by healthy on
เรื่องของไพรเมอร์ที่สาวๆ หลายคนยังไม่รู้

เครื่องสำอางชิ้นนี้สาวๆหลายคนอาจจะใช้จนชินแล้ว หรือสาวๆหลายคนอาจจะยังกล้าๆกลัวๆไม่รู้ว่าจะซื้อมาใช้ดีหรือเปล่า แล้วไพรม์เมอร์แบบไหนที่เหมาะกับการแต่งหน้าสไตล์เรา วิธีการใช้เป็นยังไงบ้าง ประโยชน์ของเครื่องสำอางชิ้นนี้คืออะไร แล้วมีข้อเสียบ้างไหม วันนี้มีคำตอบให้กับหลายๆคนที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับไพรม์เมอร์กันค่ะ

8.1

โดยปกติแล้วไพรม์เมอร์ที่นิยมกันก็จะมีเนื้อเจลใสหรือเนื้อครีมสีเนื้อเวลาราแต่งหน้าแล้วลงไพรม์เมอร์แล้วก็จะดูกลืนไปกับผิวหน้าของเรา จากนั้นเราค่อยลงรองพื้นแล้วแต่งหน้าตามขั้นตอนปกติต่อไปค่ะ คุณสมบัติหลักของไพรม์เมอร์ส่วนใหญ่แล้วจะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานยิ่งขึ้น ไม่หลุดง่ายค่ะ แต่ละสูตร แต่ละยี่ห้อก็จะมีคุณสมบัติที่เพิ่มเติมแตกต่างกันไป เช่น ถ้าใครมีปัญหาสิวอยู่ ก็จะมีบางยี่ห้อที่ตอบโจทย์ด้านนี้คือ มีส่วนผสมที่ช่วยในการรักษาสิวหรือช่วยในเรื่องป้องกันสิว หรือมีไพรม์เมอร์บางยี่ห้อช่วยปกปิดรูขุมขนได้ดีไม่แพ้รองพื้นหรือบีบี ครีม แต่เนื้ออาจจะหนักไปหน่อยและอาจะทำให้รูขุมขนของเราอุดตันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ค่ะ

มาทางนี้เลยจ้าา ผ้าขนหนูนาโนหรือผ้าขนหนูขายส่ง กดเลยจ้าาา

 ผ้านาโน ผ้าเช็ดผมนาโนราคาถูก หรือ ขายส่งผ้าเช็ดตัวนาโน

แต่ที่นิยมที่สุดในท้องตลาดคือไพรม์เมอร์ที่ควบคุมความมันของใบหน้าได้ด้วย ซึ่งตอบโจทย์สาวๆที่ต้องการเมคอัพติดทนนานและไม่เลอะหลุดระหว่างวันค่ะ แต่ถ้าสาวๆต้องการให้ไพรม์เมอร์เป็นยิ่งกว่าไพรม์เมอร์แล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้สาวลองใช้ไพรม์เมอร์ที่มีเนื้อครีมหรือเจลเป็นสีต่างๆค่ะ เช่นสีชมพูอ่อน ก็จะช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆดูอมชมพูกระจ่างใสขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ สีเขียวจะช่วยปกปิกสิวอักเสบหรือรอยสิวได้ดีเลยล่ะค่ะ สีม่วงอ่อน ช่วยในเรื่องของการปรับผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสขึ้นค่ะ

8.2

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วสาวๆหลายคนคงคิดว่าถ้าอย่างงั้นจะต้องทาไพรม์เมอร์เยอะๆเหมือนทาครีมบำรุงผิวไปเลยดีกว่า จะได้ช่วยให้ทั้งใบหน้าของเราออกมาดูดี นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องค่ะ เพราะไพรม์เมอร์คือด่านแรกในการแต่งหน้าเท่านั้น เรายังมีเครื่องสำอางอีกหลายชิ้นที่จะต้องแต่งแต้มลงบนใบหน้าของเรา ดังนั้นใช้ไพรม์เมอร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ แค่ให้ช่วยปรับสภาพผิวหน้าในเบื้องต้นเท่านั้น โดยอาจจะเน้นที่บริเวณใต้ตาและบริเวณเปลือกตา บริเวณเหล่านี้ไพรม์เมอร์นอกจากจะทำให้เครื่องสำอางไม่หลุดเลอะเทอะง่ายและติดทนนานมากยิ่งขึ้น ยังช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินจากผิวหน้าเราด้วยค่ะ

นอกจากไพรม์เมอร์ที่ใช้กับผิวหน้าแล้วยังมีไพรม์เมอร์ที่ใช้กับขนตา และริมฝีปากด้วยนะคะ คุณสมบัติของไพรม์เมอร์ยังมีเหมือนเดิมค่ะ อยากจะขอแนะนำให้สาวๆใช้ไพรม์เมอร์ปัดที่ขนตาก่อนปัดมาสคาร่าก็จะช่วยให้ขนตาเด้งงอนยาวตลอดทั้งวัน และมีบางสูตรผสมวิตามันอีช่วยบำรุงขนตาของสาวๆให้สุขภาพดีด้วยนะคะ ในส่วนของไพรม์เมอร์สำหรับริมฝีปากก็จะมีมอยเจอร์ไรซ์เซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากและยังช่วยให้ลิปสติกติดทนนานตลอดวันไม่หลุดเลอะค่ะ

แล้วสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ สาวๆสามารถทาไพรม์เมอร์บริเวณคอ หน้าอกและมือเพื่อช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูกระชับ มีสุขภาพดีตลอดทั้งวันเลยล่ะค่ะ เพราะอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่านไพรม์เมอร์มีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวอยู่ด้วย ดังนั้นสาวๆที่ยังลังเลไม่กล้าใช้ไพรม์เมอร์อยู่ ตอนนี้ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหมคะ สารพัดประโยชน์ซะขนาดนี้ สาวๆควรมีตัวช่วยนี้เอาไว้ใช้ในการแต่งหน้าครั้งต่อไปนะคะ

Save

Save

แต่งหน้าตามโครงหน้ากันเถอะ

Posted by healthy on
แต่งหน้าตามโครงหน้ากันเถอะ

สาวๆหลายคนเคยลองแต่งหน้าตามเหล่าดาราหรือคนดังที่เราชอบแล้วปรากฏว่าได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจเท่าไหร่ใช่ไหมคะ ทั้งๆที่ก็แต่งตามที่ใครๆต่างก็แนะนำ ใช้เฉดสีเดียวกันเป๊ะๆ เปิดวีดีโอ ทำตามกันทีละขั้นตอนเลยทีเดียว แต่ยังไงก็ออกมาไม่ใช่สักที บางทีเราอาจจะมองข้ามสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งไปค่ะ นั่นคือโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่า ในเมื่อลักษณะโครงหน้าไม่เหมือนกันแบบนี้แล้ว  แล้วเราจะแต่งหน้าแบบไหนให้เหมาะกับโครงหน้าของเรากัน

7.1

โครงหน้ารูปไข่

ส่วนใหญ่เราจะคุ้นเคยกับโครงหน้าแบบนี้ค่ะ เพราะดารานักแสดงบ้านเราส่วนใหญ่จะมีโครงหน้ารูปไข่กัน ยกตัวอย่างเช่น อั้ม พัชราภา ขวัญ อุษามณี หรือแต้ว ณฐพร เป็นต้น ปัญหาที่สาวๆโครงหน้ารูปไข่มักพบเป็นประจำเวลาแต่งหน้าคือเหมือนจมูกของเราจะดูแบนไป เวลาแต่งหน้าให้สาวๆเน้นไฮไลท์ตรงสันจมูก จะช่วยให้ดูมีดั้งของจมูกขึ้นมาชัดเจนขึ้นค่ะ ต่อมาคือส่วนของคิ้ว การเขียนคิ้วโก่งจะยิ่งทำให้ใบหน้าของสาวๆดูเป็นยาวมากขึ้น ดังนั้นเขียนคิ้วให้เป็นธรรมชาติไม่ต้องโก่งมากจนเกินไปค่ะ เขียนไปตามรูปคิ้วได้เลย อีกหนึ่งอย่างคือสาวๆควรเลือกจุดเด่นของใบหน้าออกมาค่ะ ให้เป็นจุดใดจุดหนึ่ง เช่น ถ้าต้องการให้ดวงตาออกมาดูโดดเด่นก็ควรเลือกใช้ลิปสติกสีอ่อนกว่าดวงตา หรือถ้าต้องการให้ริมฝีปากเด่นก็เลือกใช้ลิปสติกสีเข้มกว่าอายแชว์โดว์

โครงหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

สาวๆที่มีโครงหน้านี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วจะแต่งหน้าออกมายังไงบ้าง ลองนึกถึงดาราเหล่านี้ดูนะคะ Milla Jovovich ( the Resident Evil) หรือ Natalie Portman (Thor) อย่างแรกที่อยากแนะนำสาวๆที่มีโครงหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าในการแต่งหน้าคือ วาดคิ้วให้โค้งน้อยกว่ากระดูกบริเวณคิ้ว จะช่วยให้ใบหน้าของสาวๆดูเรียวยาวขึ้นค่ะ และทำให้ดวงตาเป็นจุดเด่นของใบหน้าเพื่อช่วยดึงความสนใจจากโครงหน้าของเราค่ะ โดยการดัดให้ขนตางอนจากนั้นปัดมาสคาร่าช่วยให้ขนตางอนยาวและดูหนาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะช่วยเรื่องทำให้ตาของเราดูโตขึ้นด้วยค่ะ

7.2

โครงหน้ารูปหัวใจ

สาวๆที่มีรูปหน้าแบบนี้ เช่น นุ่น วรนุชค่ะ ปัญหาของสาวโครงหน้ารูปหัวใจคือจะเห็นแนวกรามที่ชัดเจน ดังนั้นเราก็จะทำการแต่งหน้าโดยสร้างจุดสนใจบนใบหน้าใหม่ค่ะ ที่ง่ายที่สุดคือริมฝีปากค่ะ โดยใช้ลิปสติกแบบลิปกลอส หรือลิปสติกสีเข้มมาช่วย โดยโทนสีขึ้นอยู่กับสีผิวของสาวๆแต่ละคนค่ะ สำหรับอายแชว์โดว์แนะนำให้สาวๆเลือกโทนสีอ่อน หรือสีที่อ่อนกว่าสีของลิปสติก ไม่แนะนำให้แต่งตาด้วยอายแชว์โดว์สีเข้มจนเกินไป เพราะจะทำให้แนวกรามยิ่งเด่นขึ้นมาค่ะ

โครงหน้ารูปเพชร

สาวๆที่มีโครงหน้ารูปเพชรแบบนี้จะเห็นโหนกแก้มชัดเจนค่ะ ในขณะที่คางจะกลายเป็นจุดที่แคบที่สุดบนใบหน้า อย่างเช่น มาร์กี้ ราศี ชมพู่ อารยาหรือ วุ้นเส้น วิริฒิพา เราสามารถใช้บรอนเซอร์ หรือแป้งสำหรับไฮไลท์ในส่วนของหน้าผาก จมูกและคาง เพื่อช่วยให้ใบหน้าของเราดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น และดึงจุดสนใจจากโหนกแก้มของสาวๆไปยังส่วนอื่นๆของใบหน้าได้ค่ะ โดยเลือกใช้โทนสีสว่างกว่าผิวหน้าเล็กน้อยในการทำไฮไลท์นะคะ

7.3

โครงหน้ารูปกลม

เชื่อว่าสาวๆหลายคนรีบพยักหน้าให้กับรูปหน้าแบบนี้เลยใช่ไหมคะ ให้สาวๆลองสังเกตการแต่งหน้าของดารา เช่น หมิว ลลิตา หรือนักร้องอย่าง ลุลา เป็นตัวอย่างดูค่ะ เนื่องจากความกว้างและความยาวของใบหน้าพอๆกัน ทำให้แก้มจะเป็นจุดเด่นของใบหน้า ดูเป็นสาวอวบขึ้นมาได้ดังนั้นเวลาแต่งหน้าสาวๆจึงต้องพึ่งพาการคอนทัวร์ใบหน้าที่แนวกราม เพื่อให้ใบหน้าออกมาดูเรียวยาวมากขึ้นด้วยค่ะ โดยโทนสีของบรอนเซอร์ที่จะนำมาคอนทัวร์ก็ขึ้นอยู่กับสีผิวของสาวๆเช่นเดียวกันนะคะ

พอจะรู้แนวทางกันไปบ้างแล้ว สาวๆอย่าลืมเอาไปปรับใช้ในการแต่งหน้าของตัวเองกันดูนะคะ คราวต่อไปเวลาแต่งหน้าตามดาราหรือคนดังที่เราชื่นชอบจะได้ออกมาสวย เป๊ะ สมใจอย่างที่สาวๆต้องการไงล่ะคะ

 

เคล็ดลับป้องกันลิปสติกเลอะ

Posted by healthy on
เคล็ดลับป้องกันลิปสติกเลอะ

หลายคนคงเคยเจอปัญหาเวลาดื่มน้ำแล้ววางแก้วลงจะเห็นรอยลิปสติกเป็นรูปริมฝีปากของเราชัดเจนเลย หรือเผลอก้มหน้าริมฝีปากสัมผัสปกเสื้อ เท่านั้นแหละค่ะ เราก็จะได้รอยประทับที่ปกเสื้อสีเดียวกับสีของลิปสติกที่เราใช้ในวันนั้นทันที หลายคนไม่ชอบและถึงกับอารมณ์เสียไปเลยกับเหตุการณ์นี้ บางครั้งทำให้ความมั่นใจของสาวๆลดลงไปมากเลยทีเดียว เพราะอยากจะใช้ลิปสติกแท่งโปรด สีสวยให้เหมาะกับการแต่งหน้าทั้งที มาเจอปัญหาแบบนี้เลยทำให้ลังเลในการแต่งหน้าไปบ้าง วันนี้มีเคล็ดลับที่จะช่วยให้สาวๆไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้มาบอกต่อค่ะ

6.1

ใช้ดินสอเขียนขอบปาก (ลิปไลน์เนอร์)

ก่อนจะทาลิปสติกให้สาวๆลงลิปไลน์เนอร์ หรือเขียนขอบปากก่อนค่ะ นอกจากจะช่วยให้รูปปากของเราดูมีมิติสวยเวลาลงลิปสติก และช่วยให้สาวๆที่มีริมฝีปากใหญ่ดูเล็กลงได้จากการเขียนขอบปากค่ะ ยังช่วยให้ลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้น ช่วยให้ไม่เลอะง่ายด้วยนะคะ

ใช้ไพรม์เมอร์สำหรับริมฝีปาก

แน่นอนว่าไพรม์เมอร์ไม่ได้มีเฉพาะแค่ที่หน้าหรือดวงตาเท่านั้น แต่ชนิดที่ใช้เฉพาะริมฝีปากก็มีค่ะ แต่โดยคุณสมบัติแล้วไพรม์เมอร์จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนอยู่บนหน้าของเราได้นานยิ่งขึ้นค่ะ และในส่วนของไพรม์เมอร์สำหรับริมฝีปากแล้วจะช่วยให้สีของลิปสติกติดทนนานและป้องกันการเลอะของลิปสติกได้ดีขึ้นค่ะ

ทำให้เลอะก่อนซะเลยสิ

วิธีนี้เป็นเหมือนการกำจัดลิปสติกส่วนที่ไม่เกาะกับริมฝีปากของเราออกก่อนค่ะ เพราะถ้าปล่อยไว้ลิปสติกส่วนนี้แหละที่จะเป็นตัวไปเลอะที่แก้มหรือปกเสื้อของเรา โดยให้สาวๆลงลิปสติกที่ริมฝีปากบางๆในรอบแรก จากนั้นเม้มปากด้วยกระดาษซับมันเพื่อเป็นการกำจัดลิปสติกและน้ำมันส่วนเกินที่ไม่เกาะริมฝีปากเราออกไป จากนั้นจึงลงลิปสติกอีกรอบหนึ่งตามปกติค่ะ

6.2

ใช้แป้งฝุ่นปิดผนึก

วิธีนี้ง่ายมากๆเลยค่ะ คล้ายกับวิธีก่อนหน้านี้เลย เพียงแค่สาวๆลงลิปสติกที่ริมฝีปากรอบแรกก่อน จากนั้นใช้แปรงปัดแป้งฝุ่นบางๆมาปัดลงที่ริมฝีปาก จากนั้นก็ลงลิปสติกอีกชั้นค่ะ วิธีนี้แป้งจะช่วยดูดซับน้ำมันและความชื้นจากลิปสติกทำให้เนื้อลิปสติกดูเนียนเรียบติดกับริมฝีปาก ช่วยให้ติดทนนานยิ่งขึ้นค่ะ และทำให้ลิปสติกไม่เลอะเทอะง่ายด้วย แต่ข้อควรระวังคือ ก่อนที่จะลงแป้งที่ริมฝีปากนั้นให้สาวๆปัดแป้งที่แปรงให้เหลือน้อยที่สุด เพราะถ้าลงแป้งหนามากเกินไป สาวๆจะได้ริมฝีปากที่ซีดเป็นคนป่วยแทนได้นะคะ

ใช้รองพื้น

คล้ายกับการใช้แป้งฝุ่นค่ะ เพียงแต่เราลงรองพื้นที่ริมฝีปากบางๆก่อนที่จะลงลิปสติกครั้งแรกแบบบางๆ จากนั้นให้สาวๆลงแป้งฝุ่น แล้วค่อยลงลิปสติกอีกครั้งค่ะ รองพื้นจะช่วยให้ลิปสติกยึดติดกับริมฝีปากของเราได้ดียิ่งขึ้น เหมือนเป็นการปรับสภาพหน้าก่อนการแต่งหน้าไงคะ รองพื้นก็จะช่วยปรับสภาพของริมฝีปากให้พร้อมสำหรับการลงลิปสติกมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าได้แป้งฝุ่นมาดูดซับความมันด้วยแล้วก็จะทำให้ลิปสติกสีติดคงทนและไม่เลอะง่ายค่ะ  สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าลงรองพื้นหนาหรือเยอะเกินไปค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังจะทำให้ริมฝีปากของสาวๆดูหนาขึ้นมา และทำให้ลิปสติกยิ่งเลอะง่ายมากขึ้นกว่าปกติด้วยนะคะ

หวังว่าเคล็ดลับที่เอามาบอกต่อในวันนี้จะช่วยให้สาวๆจัดการกับปัญหาลิปสติกเลอะได้นะคะ สาวๆจะได้แต่งหน้าอย่างไม่ต้องกังวลและสนุกกับการเลือกใช้ลิปสติกแท่งโปรดได้อย่างมีความสุขค่ะ

 

 

เคล็ดลับการแต่งหน้าให้สวยสำหรับมือใหม่

Posted by healthy on
เคล็ดลับการแต่งหน้าให้สวยสำหรับมือใหม่

สาวๆหลายคนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้าอาจจะมีความกังวลว่าจะแต่งหน้าแบบไหนดี ใช้เครื่องสำอางชิ้นนี้ถูกต้องหรือยังนะ หรือเราต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า เอาล่ะค่ะ ลองมาดูเคล็ดลับที่เอามาฝากสำหรับมือใหม่เริ่มแต่งหน้ากันนะคะ

5.1

1.เพื่อป้องกันไม่ให้เวลาแต่งหน้าลงอายแชว์โดว์และอายไลน์เนอร์ที่เปลือกตาแล้วเลอะ แนะนำให้สาวๆใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์เช็คน้ำมันหรือเหงื่อที่เปลือกตาออกก่อนนะคะ

2.อีกอย่างที่อยากแนะนำให้ลองทำคือ การวาดอายไลน์เนอร์ในขณะที่ลืมตาอยู่ค่ะ ตอนแรกๆอาจจะยากไปสักหน่อยแต่พยายามฝึกกันเข้าไว้ค่ะ โดยวาดเส้นของอายไลน์เนอร์ให้ใกล้กับแนวขนตามากที่สุด เพราะจะช่วยให้ตาของเราดูโตเป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้ใช้อายไลน์เนอร์เลย สาวๆก็จะพบว่าวิธีนี้ช่วยให้การกรีดขอบตาออกมาได้สวยเป๊ะไปเลยล่ะค่ะ

3.อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ตาดูโตขึ้น คือการใช้อายไลน์เนอร์สีขาวเขียนที่ขอบตาก่อนจะใช้อายโลน์เนอร์สีเข้มกว่าเขียนทับลงไปอีกชั้นค่ะ หรือจะใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอมาเขียนลงจากนั้นใช้นิ้วของเราเกลี่ยให้เนียน จะช่วยให้ตาของเราดูโตเป็นธรรมชาติมากกว่าที่จะกรีดอายไลน์เนอร์เป็นเส้นตรงอย่างเดียวค่ะ

4.สำหรับสาวๆบางคนที่กังวลว่าเมื่อมีอายุแล้วจะใช้อายไลน์เนอร์กรีดตาคมๆได้เหมือนสาวๆวัยรุ่นได้อยู่ไหม ไม่ต้องกังวลไปค่ะ คุณยังสามารถใช้อายไลน์เนอร์ได้ตามปกติเพียงแค่เลือดโทนสีที่ดูอ่อนลงมาให้เหมาะสมกับวัยของคุณเท่านั้นเองค่ะ

5.สิ่งที่อยากเตือนสาวๆมือใหม่อีกอย่างคือ การใช้สีอายแชว์โดว์คือให้ลงที่หัวตาเข้มกว่าที่หางตาค่ะ

6.สำหรับการปัดมาสคาร่า ให้สาวๆพยายามปัดให้ใกล้กับโคนขนตามากที่สุดนะคะ เพราะจะช่วยให้ขนตาของเราดูยาวขึ้นค่ะ

5.2

7.แล้วสิ่งที่สาวๆมักจะพลาดเวลาปัดมาสคาร่าก็คือขนตาพันกันก็จะทำให้มาสคาร่าไปรวมกันเป็นก้อนหรือทำให้ขนตาของเราไปรวมกันเป็นกระจุกค่ะ  เราแก้ปัญหานี้ได้ด้วยแปรงปัดขนตาค่ะ ให้เหมือนหวีเลยนะคะ คือแปรงขนตาก่อนที่สาวๆจะทำการดัดและปัดมาสคาร่าค่ะ

8.เพื่อให้มาสคาร่าติดคงทนนานขึ้น สาวๆควรใช้เบสก่อนจะทำการปัดมาสคาร่านะคะ จะช่วยให้ขนตาของเราดูงอนยาวยาวนานขึ้นค่ะ

9.สำหรับการลงอายแชว์โดว์ให้สาวๆใช้แปรงเป็นหลักนะคะ อย่าเพิ่งใช้นิ้วเพราะแปรงจะช่วยให้สีที่ลงบนเปลือกตาไม่หนักมากเหมือนการใช้นิ้วค่ะ

10.และการลงอายแชว์โดว์ให้สาวๆใช้สีพื้นหรือสีอ่อนลงที่บริเวณด้านบนของเปลือกตาก่อน หลังจากนั้นค่อยลงสีที่เข้มขึ้นบริเวณใกล้เปลือกตา แล้วค่อยลงไฮไลท์เป็นอันดับสุดท้ายค่ะ

11.ถ้าสาวๆเลือกใช้อายแชว์โดว์สีอ่อนแล้ว สำหรับลิปสติกแล้วก็เลือกที่มีสีสันเข้มขึ้นจากสีของอายแชว์โดว์ขึ้นมาอีกนิดนะคะ หรือจะสลับกันก็ได้ ถ้าเกิดสาวๆใช้โทนสีเดียวกันทั้งหน้าก็จะเหมือนคนป่วยไปนั่นเองค่ะ

แรกๆอาจจะลองผิดลองถูกกันไปบ้าง แต่เชื่อว่าการลงมือทำบ่อยๆ ฝึกฝน และแต่งหน้าในทุกๆวันจะช่วยให้ในที่สุดสาวๆจะสามารถแต่งหน้าได้คล่องแคล่ว ได้ลุคที่ออกมาโดนใจและเหมาะกับตัวเองค่ะ สิ่งสำคัญอย่าลืมทำความสะอาดอุปกรณ์การแต่งหน้าของเราอยู่เสมอไม่ให้เป็นที่สะสมของฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกอื่นๆด้วยนะคะ

เคล็ดลับการแต่งหน้าเพื่อสาวๆ ออฟฟิศมีลุคสวยดั่งใจ

Posted by healthy on
เคล็ดลับการแต่งหน้าเพื่อสาวๆ ออฟฟิศมีลุคสวยดั่งใจ

สาวๆออฟฟิศเคยถูกเจ้านายเรียกประชุมหรือเรียกออกไปพบลูกค้าแบบกะทันหันกันบ้างไหมคะ ในสถานการณ์นั้นที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้เลย เสื้อผ้า หน้า ผม จะเป็นยังไงบ้างกันล่ะทีนี้ ครั้นจะขอเจ้านายเข้าห้องน้ำไปเช็คสภาพเมคอัพบนใบหน้า หรือถ้าดีก็คือเข้าไปแต่งหน้าเพิ่มได้ก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้เรามากยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเจ้านายมักไม่ได้มอบโอกาสนั้นให้เราค่ะ พอเรียกปุ๊ปเราก็ต้องรีบไปในทันที วันนี้เลยขอเสนอเคล็ดลับการแต่งหน้าสำหรับสาวๆชาวออฟฟิศให้ดูพร้อมรับทุกสถานการณ์กันค่ะ

4.1

1.เลือกใช้แบบกันน้ำ

ทั้งมาสคาร่าและอายไลน์เนอร์เลยค่ะ สาวๆจะได้มั่นใจว่าระหว่างวันจะไม่กลายร่างเป็นแพนด้า ขอบตาดำคล้ำทั้งๆที่ไม่ได้อดหลับอดนอนมาจากที่ไหน หรือมาสคาร่า อายไลน์เนอร์จะเลอะออกมาทำให้สาวๆเสียความมั่นใจ และข้อดีคือทั้งสองอย่างนี้จะติดทนนาน แม้สาวๆจะมีประชุมยืดเยื้อสักแค่ไหน งานเลี้ยงลูกค้าจะยาวนานเพียงใด เราก็ยังคงมีใบหน้าที่สวยเป๊ะเหมือนเพิ่งแต่งหน้าเสร็จได้ค่ะ

  1. ใช้ไพรม์เมอร์

เคล็บลับให้เมคอัพติดทนนานอีกหนึ่งอย่าง คือการลงไพรม์เมอร์ก่อนลงรองพื้นค่ะ ไพรม์เมอร์จะช่วยให้เมคอัพที่สาวๆตั้งใจแต่งหน้า เครื่องสำอางต่างๆมาเกาะผิวหน้าของเราได้ดีและนานขึ้นค่ะ โดยข้อดีอีกอย่างของไพรม์เมอร์คือ สาวๆไม่ว่าจะมีผิวหน้าแบบไหนก็สามารถใช้ได้ค่ะ แต่ถ้าเกิดสาวๆผิวแพ้ง่ายควรทดสอบก่อนใช้ไพรม์เมอร์ทุกครั้งนะคะ หรือพยายามเลือกสูตรที่อ่อนโยนก็ได้ค่ะ

4.2

3.เก็บมือให้เรียบร้อย

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ สาวๆหลายคนมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆแบบนี้ไป ในระหว่างวันหลายคนชอบเอามือลูบใบหน้า แกะ เกาหรือสารพัดจะเอามือมาแปะไว้ที่ใบหน้า ขอให้ตั้งมั่นไว้ตั้งแต่วันนี้เลยว่า เลิกซะ จะไม่เอามือมายุ่งกับใบหน้า เพราะเมื่อสาวๆเอามือมายุ่งกับใบหน้า น้ำมัน เหงื่อและสิ่งสกปรกจากมือจะมาติดที่ใบหน้า รวมถึงจะทำให้เครื่องสำอางหลุดออกมาได้ง่าย ลองคิดดูตอนสาวๆยกมือมาขยี้ตาที่เมื่อเช้าเรากรีดอายไลน์เนอร์ไว้อย่างดีดูสิคะ แค่นึกภาพตามก็สยองแล้วใช่ไหมเอ่ย ถ้าสาวๆจำเป็นที่จะต้องยุ่งกับใบหน้าในระหว่างวันก็อย่าลืมทำความสะอาดมือ หรือใช้ทิชชู่ในการสัมผัสใบหน้าแทนก็ได้นะคะ

4.มีกระเป๋าเครื่องสำอางติดตัว

เชื่อว่าหลายคนมีติดตัวกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะจัดเต็ม ครบครันทุกสิ่งอย่าง ในข้อนี้หมายถึงกระเป๋าเล็กๆค่ะ เช่น มีลิปสติกสีที่ไปได้กับทุกลุคหนึ่งแท่ง บรัชออนหรืออายแชว์โดว์ที่สามารถไปได้กับทุกลุคเช่นเดียวกันและใช้แทนกันได้ในกรณีฉุกเฉิน แป้งหนึ่งตลับ อายไลน์เนอร์อีกอัน เพื่อเป็นกระเป๋าไว้ช่วยชีวิตสาวๆเวลามีเรื่องฉุกเฉินไม่คาดฝัน จะได้มีกระเป๋าเล็กๆของเราซุกไว้เผื่อเอาไว้เติมได้ พกพาสะดวกและจะได้ไม่ดูไม่เป็นมืออาชีพในการทำงานเพราะพกเครื่องสำอางมาเป็นกรุด้วยค่ะ

สาวๆชาวออฟฟิศแบบเรา นอกจากจะทำงานออกมาได้ดีแล้วเราก็ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองดูโทรมจนมีคนไปพูดได้ว่า ไม่มีเวลาดูแลใส่ใจตัวเอง หรือระหว่างวันจากสาวมั่น สุดเฉี่ยวเมื่อเช้ากลายเป็นใบหน้าป่วยๆสีซีดในตอนบ่ายๆ เมื่อเรารู้เคล็ดลับนี้แล้วสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับเราอีก ใบหน้าของเราจะดูสดใสตลอดทั้งวัน แม้ว่าเราจะต้องเข้าออกประชุมห้องโน้น พบลูกค้าคนนี้จนยุ่งหัวหมุนไปมาก็ตามที ก็เพราะผู้หญิงอย่าหยุดสวยใช่ไหมคะสาวๆ

 

เครื่องสำอางช่วยย้อนวัย

Posted by healthy on
เครื่องสำอางช่วยย้อนวัย

แต่งหน้ากันบ่อยๆ ทุกวันๆ ก็จะมีบางวูบที่เราอยากจะย้อนวัยกลับไปหาความสดใส คอซองกระโปรงบานกันบ้าง ยิ่งคิดถึงผิวหน้าที่ใสเด้ง เบบี้เฟซของเราในตอนนั้นแล้วเชื่อว่าสาวๆหลายคนคงยิ่งคิดถึงกันใช่ไหมคะ อยากจะกลับไปแต่งหน้าแต่งตัวย้อนวันวาน แต่ครั้นจะหยิบชุดนักเรียนกระโปรงบานมาใส่ก็คงจะดูแปลกๆไปแล้ว แต่เราสามารถย้อนวัยได้ด้วยการแต่งหน้าของเรานี่แหละค่ะ วันนี้เรามีเครื่องสำอางชิ้นเด็ดที่จะช่วยให้เราย้อนวันวานกลับไปสู่ลุควัยใสของเราได้อย่างไม่ขัดเขินกันค่ะ

3.1

แชมพู พอมาเจอชิ้นนี้สาวๆหลายคนอาจจะงงว่า เอ แล้วมันเกี่ยวกับการช่วยย้อนวัยของเรายังไง แต่นี่คือสิ่งง่ายๆอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงบรรยากาศเก่าๆออกมาได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ สาวๆลองเปลี่ยนแชมพูมาใช้กลิ่นผลไม้หรือดอกไม้ที่ให้กลิ่นที่สดชื่นดูค่ะ เช่น กีวี่ หรือกุหลาบดูนะคะ เพราะจะช่วยเรียกความสดใสในวันวานของเรากลับมา และทำให้ผมของเรามีกลิ่นหอมสดชื่นอีกด้วย

น้ำยาทาเล็บ  นอกจากเสื้อผ้า หน้า ผมแล้ว สิ่งที่จะช่วยให้สาวๆดูสดใสอีกอย่างหนึ่งก็คือสีที่แต่งเต้มอยู่บนเล็บของเรานี่แหละค่ะ โดยปกติแล้วสาวๆอาจจะเลือกสีเรียบๆ หรือสีที่ดูเป็นทางการเหมาะ แต่ครั้งนี้เราลองเปลี่ยนมาใช้สีที่สดใสขึ้น เช่นโทนสีพาสเทล เพื่อดึงความสดใสในวันวานของเรากลับมากันค่ะ

ลิปกลอส  สาวๆลองเปลี่ยนจากลิปสติกเนื้อเข้ม สีโดดเด่นมาเป็นลิปกลอสสีชมพูอ่อนใส หรืออาจจะเป็นโทนสีส้มอ่อน ก็จะช่วยให้ใบหน้าของเราดูอ่อนวัยลง ไม่ดูเคร่งขรึมจนเกินไปค่ะ นอกจากนั้นก็จะช่วยทำให้ริมฝีปากของสาวๆดูอวบอิ่มสุขภาพดีด้วยนะคะ

3.2

อายแชว์โดว์ สีของอายแชว์โดว์ที่จะช่วยย้อนวันวานของเรา หลายคนอาจคิดว่าต้องเป็นสีสันสดใส ไม่ใช่เลยค่ะ อย่าเพิ่งพุ่งไปที่สีโทนนั้นอย่างเดียว เรื่องนี้สาวๆต้องกลับมาสำรวจลุคโดยรวมของเราก่อนค่ะว่าเราไปได้ดีกับโทนไหนบ้าง ลุคนี้เน้นแต่งหน้าโดยให้อายแชว์โดว์สีอ่อนค่ะ อาจจะเป็นสีชมพูนู้ด น้ำตาลอ่อนก็ได้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงโทนสีเข้มเอาไว้นะคะ

มาสคาร่า ปกติสาวๆจะจัดเต็มทั้งดัดขนตาและปัดมาสคาร่าให้ขนตาดูหนาและยาวขึ้น แต่ลุคนี้อยากให้เน้นความเป็นธรรมชาติค่ะ อาจจะดัดให้ขนตาของเรางอนขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก็ปัดมาสคาร่าเบาๆเท่านั้นพอ จะทำให้ดวงตาของเราดูเป็นธรรมชาติเหมือนตอนที่เรายังใส่กระโปรงขาสั้นกันอยู่ไงคะ

เมคอัพรีมูฟเวอร์  สิ่งนี้สาวๆหลายคนมองข้ามไป บางคนเลือกเฉพาะสูตรที่ทำความสะอาดเครื่องสำอางให้เราหมดจด ใช้แค่ไม่กี่หยดก็ทำความสะอาดหน้าเราได้แล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้สาวๆคำนึงถึงเวลาเลือกใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์ก็คือความอ่อนโยนต่อผิวหน้าของเราค่ะ เพราะถ้าหากเมคอัพรีมูฟเวอร์นั้นมีส่วนประกอบของสารเคมีที่รุนแรงต่อผิวก็จะทำให้ผิวของสาวๆเกิดอาการแห้ง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นค่ะ ดังนั้นก่อนซื้อ อ่านฉลากสักนิด และเลือกซื้อสูตรที่เหมาะสมกับผิวหน้าและอ่อนโยนต่อผิวของเราด้วยนะคะ

ได้แนวทางในการแต่งหน้าย้อนวันวานกันไปบ้างแล้วนะคะ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนอกจากเครื่องสำอางและการแต่งหน้าที่จะพาบรรยากาศวันวานกลับมาได้แล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองกันด้วยนะคะ เพราะสิ่งดีๆที่เกิดจากภายในจะส่งผลให้รูปร่าง ผิวพรรณภายนอกของเราออกมาดูดีเปล่งประกายจนลืมอายุกันไปเลยแหละค่ะ

ขั้นตอนง่ายๆ กับการแต่งหน้าปกปิดสิว

Posted by healthy on
ขั้นตอนง่ายๆ กับการแต่งหน้าปกปิดสิว

สิว ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในชีวิตการแต่งหน้าของสาวๆเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะไม่ว่าจะพยายามดูแลผิวหน้ากันยังไง สารพัดผลิตภัณฑ์ทั้งชนิดทาและชนิดกิน ก็ไม่มีใครหลีกเลี่ยงสิวได้อย่างแท้จริง แต่ในเมื่อหลบยังไงก็หลบไม่พ้นกันแล้ว และเรายังไม่อยากออกไปเผชิญหน้าผู้คนในสังคมด้วยใบหน้าสดๆไร้เครื่องสำอางได้ เราจึงต้องมีวิธีรับมือและช่วยอำพราง ปกปิดสิวให้เหมือนไม่ได้เกิดขึ้นขนใบหน้าของเราด้วยขั้นตอนง่ายๆในการแต่งหน้าดังนี้เลยค่ะ

2.1

ลงรองพื้น  ในขั้นตอนนี้ถ้าสาวๆมีสิวแค่ไม่กี่จุดและยังไม่อักเสบมากก็สามารถลงรองพื้นได้ตามปกติค่ะ โดยใช้รองพื้นที่มีเนื้อสีออกโทนสีเหลืองอ่อนก็จะช่วยในเรื่องของการปกปิดสิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ แต่ถ้าเป็นสิวที่อักเสบแดงขึ้นมาแล้วในส่วนนี้รองพื้นอย่างเดียวก็จะไม่สามารถปกปิดได้เนียนแล้วค่ะ  และขอให้ระวังเรื่องความสะอาดค่ะ เพราะสิวมีแบคทีเรียอยู่ ถ้าสาวๆใช้นิ้วในการแตะรองพื้นจากขวดมาลงที่ใบหน้าเลยก็จะทำให้แบคทีเรียเข้าไปสะสมที่เครื่องสำอางของสาวๆได้ ดังนั้นใช้ฟองน้ำหรือแปรงมาเป็นตัวช่วยและอย่าลืมทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้เป็นประจำด้วยนะคะ

ใช้คอนซีลเลอร์ สำหรับสาวๆที่มีสิวอักเสบจนแดงแล้ว หรือเกิดรอยสิวบนใบหน้าค่ะ คอนซีลเลอร์มีเนื้อครีมที่ช่วยปกปิดได้ดีกว่ารองพื้น โดยถ้ามีสิวอักเสบแนะนำให้ใช้คอนซีลเลอร์ที่มีเนื้อครีมสีเขียวอ่อนจะช่วยให้ปกปิดสิวได้ดียิ่งขึ้น หรือถ้าไม่มีคอนซีลเลอร์สีเขียวอ่อนอาจจะใช้อายไลน์เนอร์สีเขียวอ่อนแทนได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้สีเขียวแบบที่มีชิมเมอร์นะคะ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยปกปิดแล้วยังทำให้บริเวณนั้นดูเด่นขึ้นมามากกว่าเดิมค่ะ

แป้งพัฟ สาวๆบางคนอาจจะชอบใช้แป้งฝุ่นมากกว่า แต่ในกรณีที่ต้องการจะปกปิดสิว รอยสิวนี้เลือกแป้งพัฟจะเหมาะกว่าค่ะ เพราะเนื้อแป้งจะหนากว่าช่วยในการปกปิดได้ดีกว่าแป้งฝุ่นค่ะ สาวๆสามารถใช้แป้งพัฟโดยเลือกสีให้เหมาะสมและใกล้เคียงกับผิวหน้าของสาวๆได้เลยค่ะ

2.2

เบี่ยงเบนความสนใจ โดยใช้เทคนิคการแต่งหน้าต่างๆมาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากจุดที่เกิดสิวและรอยสิวบนใบหน้าของเราค่ะ เช่น ถ้าเกิดสิวที่หน้าผาก สาวๆก็ดึงความสนใจไปที่ริมฝีปากโดยการเลือกใช้ลิปกลอสให้ริมฝีปากดูแวววาว หรือเลือกใช้ลิปสติกสีเข้มก็ได้ค่ะ ถ้าเกิดสิวที่บริเวณคาง สาวๆควรแต่งตาให้เป็นจุดเด่นที่สุด อาจแต่งหน้าออกมาในลุคสโมคกี้อาย หรือเลือกใช้อายแชว์โดว์สีเข้มก็ได้ค่ะ หรือถ้าเกิดสิวที่แก้ม สาวๆอาจจะใช้ไฮไลท์หรือบรอนเซอร์ช่วยปกปิดบริเวณสิวเอาไว้ได้ค่ะ สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการที่มีสิวเกิดบริเวณไหนแล้วสาวๆแต่งหน้าจัดเต็มบริเวณนั้น เพราะจะเป็นการดึงจุดสนใจไปไว้ที่สิวหรือรอยสิวของเรานั่นเองค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ ขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้จริงๆแล้วเป็นขั้นตอนที่เราใช้แต่งหน้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มรายละเอียดและใส่ใจลงไปในจุดที่เกิดสิวหรือรอยสิว เพื่อที่จะช่วยให้เราปกปิดสิวและรอยสิวให้เนียนสนิทเหมาะกับการแต่งหน้าในลุคต่างๆของเราค่ะ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างสำหรับสาวๆที่มีปัญหาสิวคือเรื่องความสะอาด อย่างที่ได้บอกไปว่าไม่ควรใช้มือสัมผัสเครื่องสำอางและผิวหน้าโดยตรง สาวๆควรมีฟองน้ำที่เอาไว้ใช้สำหรับลงรองพื้นหรือครีมชนิดต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องสำอางมีสิ่งสกปรกไปเจือปน และอย่าลืมทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้เป็นประจำนะคะ อีกสิ่งที่สาวๆอาจมองข้ามคือ เตียงนอนของเราค่ะอย่าลืมดูแล เปลี่ยนและทำความสะอาด หมอน ปลอกหมอน ผ้าห่มและผ้าปูที่นอนอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ

4 ลุคปลุกความเปรี้ยวในหน้าฝน

Posted by healthy on
4 ลุคปลุกความเปรี้ยวในหน้าฝน

ฤดูฝนที่มาพร้อมกับสายฝน ความชุ่มฉ่ำ ฟ้าหม่นๆชวนเหงาและทำให้สาวๆที่รักการแต่งหน้ากังวลไม่น้อยเลยใช่ไหมคะว่าวันนี้ลุคที่เราบรรจงแต่งแต้มบนผิวหน้าจะโดนฝนกระหน่ำจนเราเสียเซลฟ์กันรึเปล่า หรือฟ้าหม่นๆ อากาศขมุกขมัวแบบนี้แล้วจะแต่งหน้าแต่งตัวยังไงดีไม่ให้ดูหม่นหมองไปกับบรรยากาศด้วย เรามี 6 ลุคมานำเสนอให้สาวๆลองแต่งหน้าตามดูเพื่อจะปลุกความสดใสในบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้กันค่ะ

1.1

1.The Pool Party

อย่าจำกัดการแต่งหน้าแบบนี้ไว้เฉพาะเวลามีปาร์ตี้ที่สระว่ายน้ำหรือเวลาที่เราจะไปทะเลเท่านั้นค่ะ สาวๆสามารถนำลุคนี้มาเพิ่มความสดใสให้ตัวเองในบรรยากาศฝนพรำแบบนี้ได้ โดยลุคนี้เลือกใช้โทนสีแดงสตรอเบอร์รี่มาแต่งแต้มที่ริมฝีปากและแก้ม โดยเลือกโทนสีลิปสติกสีเข้มกว่าสีของบรัชออนค่ะ จากนั้นใช้ชิมเมอร์ลงที่เปลือกตาก็จะทำให้ตาของสาวๆดูโตและสว่างขึ้นเท่านี้ก็จะได้ลุคสดใสท้าสายฝนกันแล้ว

2.Guy Bourdin

ลุคนี้พาสาวๆ ย้อนกลับไปยุค ’70 กันค่ะ โดยในยุคนั้นเน้นการแต่งหน้าโทนสีสดกันอยู่แล้ว ในลุคนี้คือการจับเอาลิปสติกสีแดงเงางามมาจับคู่กับอายแชว์โดว์สีม่วง พร้อมกับแต่งแต้มบรัชออนสีน้ำตาลทองแดงที่แก้มเพิ่มมิติ ไม่ให้หน้าของเราดูฉูดฉาดเกินไป หลังจากนั้นอย่าลืมปัดมาสคาร่าให้ขนตาของเราดูหนาและงอนยาวเหมือนสาวๆในยุคนั้นนะคะ ถ้าสาวๆออกจากบ้านด้วยลุคนี้แล้วล่ะก็ไม่ว่าฟ้าจะครึ้มแค่ไหนก็ไม่อาจจะบดบังความสดใสของเราได้แน่นอนค่ะ

1.2

3.The Hemingway

ผ่านมา 2 ลุคแล้วสาวๆ บางคนอาจจะบอกว่าที่ผ่านมาดูเปรี้ยวไป ไม่กล้าที่จะแต่งหน้าแบบนั้น ถ้าอย่างงั้นลุคนี้สาวหวานก็แต่งตามได้ค่ะ โดยลุคนี้เน้นให้สาวๆ โชว์ผิวหน้าอมชมพูดูสุขภาพดี เลือกใช้อายแชว์โดว์และบรัชออนสีที่ดูกลืนไปกับผิวหน้าของเราค่ะ เช่นน้ำตาลอ่อน หรือส้มอ่อน ชมพูอ่อน หลังจากนั้นเน้นที่คิ้วให้ดูเข้มขึ้นมาอีกนิด และเพิ่มความสดใสของใบหน้าในส่วนของริมฝีปากด้วยลิปสติกสีชมพูสด หรือสีชมพูเข้มก็ได้ค่ะ เคล็ดลับอีกอย่างสำหรับการแต่งหน้าเพื่อให้ได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาตินี้คือก่อนปัดมาสคาร่าที่ขนตาให้สาวๆเอามาสคาร่าไปปัดที่ทิชชู่ก่อนแล้วค่อยนำมาปัดที่ขนตา เพื่อลดความเข้มของเนื้อมาสคาร่าค่ะ สาวๆ ก็จะได้ขนตาที่ดูงอนยาวเป็นธรรมชาติไม่ดูหนาและเต็มไปด้วยมาสคาร่าค่ะ

4.The Exotic

ลุคนี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่จะไปปาร์ตี้หรือมีมื้อค่ำในฤดูฝนที่อาจจะต้องฝ่าสายฝนไปปรากฏตัว ครั้นจะไปในสภาพที่ใบหน้าเราดูไม่ค่อยมีสีสันหรือไม่สดใสก็ดูจะไม่ควรใช่ไหมคะ ลุคนี้ตอบโจทย์ของสาวๆที่ต้องการเปล่งประกายทะลุสายฝนค่ะ เลือกใช้อายแชว์โดว์ที่มีชิมเมอร์ที่จะทำให้ใบหน้าของสาวๆดูสว่างขึ้นมา จัดการเพิ่มเสน่ห์ด้วยการกรีดอายไลน์เนอร์สีดำเข้มให้คมเฉี่ยว ตามด้วยลิปสติกสีอ่อนเบาที่ริมฝีปาก เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ลุคนี้รับรองว่านอกจากสายฝนจะทำอะไรสาวๆ ไม่ได้แล้ว หนุ่มๆ ในร้านก็จะต้องมองตามแน่นอนค่ะ

คราวนี้คุณก็จะมีลุคการแต่งหน้าที่จะช่วยให้สาวๆดูสดใสทะลุละอองฝนและบรรยากาศอึมครึมของท้องฟ้าในฤดูฝนกันแล้วนะคะ ขอแถมท้ายอีกนิดนึงว่าในฤดูฝนแบบนี้ เลือกอายไลน์เนอร์และมาสคาร่าแบบกันน้ำก็จะเป็นมิตรกับละอองฝนและทำให้ใบหน้าของเราไม่เลอะด้วยค่ะ